ประวัติความเป็นมา

                                         อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เดิมเป็นหนึ่งในห้าอำเภอ

                                            ของเมืองขอนแก่นในอดีต คืออำเภอเมือง อำเภอน้าพอง 

                                            อำเภอชนบท อำเภอภูเวียง และอำเภอพล เป็นอำเภอที่สำคัญ

                                            ในด้านทิศเหนือของตัวจังหวัดขอนแก่น มีแม่น้ำพองไหลผ่าน ถือ

                                            เป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชาวน้ำพองในการประกอบอาชีพด้าน

                                            เกษตรกรรม  ในอดีตมีการการคมนาคมที่ขนส่งสินค้าตามลำน้ำ

                                            พอง บริเวณท่าหว้า  หมู่ที่  ตำบลน้ำพอง 
เมื่อวันที่  ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๔๕๐ ทางราชการได้ตั้งอำเภอขึ้นโดยแรกเริ่มใช้ชื่อว่า

"อำเภอท่าหว้า"  มี หลวงผดุงแคว้นประจันทร์ เป็นนายอำเภอคนแรก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น"อำเภอน้ำพอง"  ตามสถานที่สำคัญคือแม่น้ำพอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นมา
ทีว่าการอำเภอน้ำพองหลังแรก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  สายขอนแก่น-อุดรธานี ตรงบริเวณตลาดเทศบาลตำบลน้ำพอง ตำบลน้ำพอง ในปัจจุบัน ในขณะเมื่อเริ่มตั้งอำเภอมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ทิศเหนือจดเขตอำเภอกุมภวาปี  จังหวัดอุดรธานี ทิศใต้จดอำเภอเมืองขอนแก่น ทิศตะวันออกจดเขตอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม  ทิศตะวันตกจดอำเภอโนนสัง จังหวัดอุดรธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดหนองบัวลำภู) ต่อมาทางราชการได้แบ่งพื้นที่อำเภอน้ำพองออกไปตั้งเป็นอำเภอใหม่ ได้แก่อำเภอกระนวน  อำเภอเขาสวนกวาง อำเภออุบลรัคน์ ตามลำดับ
ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๘๒ สมัยหลวงศรีนครานุรักษ์เป็นนายอำเภอ ได้พิจารณาเห็นว่าที่ตั้งสถานที่ราชการคับแคบไม่มีทางที่จะขยายได้ ทั้งสถานที่ราชการและบ้านพักราชการชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับมีที่ตั้งที่เหมาะสมแก่การบริหารราชการ ใกล้   สถานีรถไฟหนองกุง(สถานีรถไฟน้ำพองในปัจจุบัน) เพื่อสะดวกในการติดต่อราชการกับจังหวัดและอำเภออื่น  ควรที่จะมีการย้ายที่ว่าการอำเภอ แต่กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่าทางรถไฟยังไม่เสร็จเรียบร้อย  จึงให้ระงับการย้ายที่ว่าการอำเภอไว้
ต่อมาปี พศ.๒๔๘๙ ร.ต.ท.มุข  ประเสริฐวงษ์ ย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอน้ำพอง ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งใกล้  สถานีรถไฟดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยจึงอนุมัติให้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งใกล้กับสถานีรถไฟหนองกุง ตำบลวังชัย(ในขณะนั้น) ตามหนังสือจังหวัดขอนแก่น ที่ ๗๙๑๒/๒๔๙๐ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๐ และตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๒๓๐๘/๒๔๙๐ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๔๙๐ โดยมีราษฎรบริจาคที่ดินสำหรับใช้เป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอจำนวน  คน คือ นายสิม ชุมแวงวาปีนายอุย คำเพิงนายบวร แก่นโพธิ์นายหนู ใบลาดนายไสย อาสนะนายพิมพ์ มะหันต์นายเพ็ง บุษราคัมนายปิยะ ชุมแวงวาปีนายผา เวศราหาร รวมเนื้อที่ ๑๗-๐-๙๖ ตารางวา อาคารทีว่าการอำเภอหลังที่สองได้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่  ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๓ ส่วนราชการต่างๆ ได้เปิดให้บริการประชาชนเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๔๙๓ มีข้าหลวงตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ภาค  เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอเมื่อวันที่  ๑๒ มกราคม ๒๔๙๕
ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ ในสมัยนายสุนัยน์  หิริญ เป็นนายอำเภอน้ำพอง กรมการปกครองได้จัดสรรงบประมาณจำนวน ,๕๙๔,๕๓๑ บาท เพื่อก่อสร้างทีว่าการอำเภอหลังใหม่ โดยก่อสร้างแล้วเสร็จและใช้เป็นศูนย์ราชการเพื่อบริการประชาชน ตั้งแต่วันที  มิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 

     เนื้อที่/พื้นที่   ๘๒๘.๖๘๖ ตร.กม.

     สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป   

           หน้าร้อน ร้อนจัด - แห้งแล้ง หน้าหนาว

     หนาวมาก - มีลมกรรโชกแรง 

     ข้อมูลการปกครอง

          .ตำบล........๑๒.... แห่ง

          .หมู่บ้าน....๑๖๘.... แห่ง

          .เทศบาล……......แห่ง

           .อบต............... แห่ง                                

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

 

. อาชีพหลัก ได้แก่  ทำนาปี ทำนาปรัง ทำไร่อ้อย
 
. อาชีพเสริม ได้แก่
  การปศุสัตว์ การผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การรับจ้างในโรงงาน

. จำนวนธนาคาร    แห่ง ได้แก่
           ธนาคารออมสิน          โทร. -๔๓๔๓๑-๓๘๕
           ธนาคารกรุงศรีอยุธยา    โทร. -๔๓๔๓-๑๓๙๘
           ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  โทร. -๔๓๔๔-๑๕๐๒
           ธนาคารไทยพาณิชย์      โทร. -๔๓๔๔-๑๔๘๐

 

 

 

ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ

            ป่าไม้เบ็ญจพรรณ จำพวก จิก เต็ง รัง เช่น ป่าห้วยเสียว

 ป่าโคกสนามบิน เป็นต้น  มีแม่น้ำสายสำคัญคือ "ลำน้ำพอง" 

ไหลผ่านตำบลกุดน้ำใส น้ำพอง ม่วงหวาน วังชัย ท่ากระเสริม 

ด้านประชากร

 

. จำนวนประชากรทั้งสิ้น

รวม ๑๑๓,๘๖๒  คน

.จำนวนประชากรชาย

รวม ๕๗,๐๘๑  คน

. จำนวนประชากรหญิง

รวม ๕๖,๗๘๑ คน

.ความหนาแน่นของประชากร

๑๓๘ คน/ตร.กม.

   

 

                               

หมู่บ้านงูจงอางบ้านโคกสง่า อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

 

   ประวัติบ้านโคกสง่า และการเล่นงูจงอาง หมู่บ้านโคกสง่า ก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่ผ่านมา เริ่มมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกในปี พ.ศ.2469 มีลูกบ้านประมาณ 800 คน (พ.ศ.2541) ชาวบ้านมีอาชีพทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ การเดินทางหมู่บ้านโคกสง่าหรือหมู่บ้านงูจงอาง ตั้งอยู่ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร จากเมืองขอนแก่น ใช้เส้นทาง ถนนมิตรภาพ (เส้นทางหมายเลข 2 สายขอนแก่น-อุดรธานี) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 33 เลี้ยวขวาทางไปอำเภอกระนวน ถนนหมายเลข 2039 (น้ำพอง-กระนวน) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 14 (ระยะทาง 14 กม.) สังเกตเห็นป้อมตำรวจพังทุยอยู่ด้านซ้ายมือ ด้านขวามือจะมองเห็นป้ายหมู่บ้านงูจงอางเลี้ยวขวาไปตามถนนเข้าไปประมาณ 1.2 กม. ผ่านวัดสระแก้ว บ้านนางาม ถัดจากวัดจะเป็นสี่แยก ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน เลี้ยวซ้ายไป 600 เมตร ถึงบ้านโคกสง่าตรงไปที่วัดศรีธรรมา ซึ่งเป็นที่ตั้งเรือนเพาะพันธุ์งูจงอาง และสถานที่จัดแสดงงูจงอาง
              การเล่นงูของชาวบ้านโคกสง่าเริ่มเมื่อปี พ.ศ.2494 โดยพ่อใหญ่เคน ยงลา ประกอบอาชีพหมอยา เดินทางไปขายยาสมุนไพรตามหมู่บ้านต่างๆ ต่อมาผู้ใหญ่เคน ได้คิดริเริ่มจับงูเห่ามาแสดงเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้คนมารวมกัน การแสดงครั้งนั้นประสบความสำเร็จมาก ทำให้ไม่ต้องเดินขายยาทุกหลังคาเรือนเช่นเดิมอีก แต่เนื่องจาก งูเห่าสามารถพ่นพิษใส่ตาผู้แสดงได้ ในระยะห่าง 2 เมตร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้แสดงหรือผู้ชมได้ พ่อใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้งูจงอางแทน และได้ถ่ายทอดวิชาให้กับเพื่อนๆ ตลอดจนลูกหลานในหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้เดินทางเร่แสดงงูขายสมุนไพร เพื่อเป็นอาชีพเสริมหารายได้นอกเหนือ จากอาชีพเกษตรกรรม ตามอย่างผู้ใหญ่เคน ทำให้ชื่อเสียงการเล่นงูของหมู่บ้านโคกสง่าแพร่ขยายออกไป การแสดงงูจงอางบ้านโคกสง่าเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาก ชาวบ้านโคกสง่าเกือบทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้านของตน ได้จัดการแสดงงูจงอาง หลายรูปแบบเพื่อดึงดูดให้คนสนใจยิ่งขึ้น เช่น การชกมวยระหว่างคนกับงูจงอาง ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง จนชาวบ้านที่มีชื่อเสียงทางการแสดงงูมีฉายาประจำ เช่น นายทองคำ ลูกทองชัย นายหนู เหล่าทา วัย 56 ปี
              นายเก้าแสน เก้าพะยัก คนนี้ถูกงูกัดมากกว่า 40 ครั้งรวมถึงชาวบ้านอีกหลายคนอาทิ กระหร่องน้อย เมืองอีสาน, บัวลี ขวัญใจโคกสง่า, ก้อมชัย ขวัญใจโคกสง่า, เดินดี ลูกไก่นา เป็นต้น